ปลูกพืช » รู้จักกับ”เคล(kale)”ราชินีแห่งผักใบเขียว

รู้จักกับ”เคล(kale)”ราชินีแห่งผักใบเขียว

18 ธันวาคม 2021
479   0

รู้จักกับ”เคล(kale)”ราชินีแห่งผักใบเขียว


ยอดนิยมในหมู่ผู้รักสุขภาพมาหลายปี และยิ่งทวีความฮอตเข้าไปอีกในช่วงโควิดระบาด เพราะ ‘เคล’ คือสุดยอดแห่งผักใบเขียว นอกจากวิตามินและแร่ธาตุที่อัดกันมาอย่างแน่น .. ได้คุณค่าทางโภชนาการล้ำนำหน้าผักอื่นไปหลายช่วงตัว จนใครๆ ก็ยกให้เป็น ‘ราชินีแห่งผักใบเขียว’ เป็นซูเปอร์ฟู้ดสุดยอดผักในผักเพื่อสุขภาพ ดังคำยืนยันจากผศ.ดร.ทพญ.ดุลยพร ตราชูธรรม ประธานหลักสูตรพิษวิทยาและโภชนาการเพื่ออาหารปลอดภัย สถาบันโภชนาการ ม.มหิดล ว่ารับประทานเคลแค่นิดเดียว ได้คุณค่าทางโภชนาการ ได้สารอาหารหลายสิ่ง รับประทาน 10 กรัม ได้วิตามินเคที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย”

..แม้เคลจะเพิ่งโด่งดังไม่นานมานี้ แต่จริงๆ มนุษย์เรากินเคลกันมากว่าสองพันปีแล้ว เพียงแต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าสิ่งที่กินเป็นผักในตระกูลเคล นั่นคือ ‘ผักคะน้า’ หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Chinese Kale ซึ่งก็ถูกเป๊ะตรงสายพันธุ์เปี๊ยบเพราะเคลมีอีกชื่อว่า ‘คะน้าใบหยิก’ เนื่องจากสภาพใบหยิกๆ ของมันนั่นเอง

เคลเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็น เป็นเหตุให้ประเทศหนาวเย็นอย่างสกอตเเลนด์ให้ความสำคัญกับเคลมาก เพราะในช่วงหน้าหนาวที่พืชผลหลายอย่างปลูกไม่ได้ แต่เจ้าผักเคลไม่ยั่นแถมยังเจริญเติบโตงอกงาม จนเกิดสำนวน “Come to kale” เมื่อต้องการเชิญชวนใครมากินข้าวที่บ้าน

ผักตระกูลเคลมีมากมายหลายสายพันธุ์ และเป็นผักตระกูลเดียวกับกะหล่ำปลี วอเตอร์เครส บร็อกโคลี่ กะหล่ำม่วง ดอกกะหล่ำ ในไทยมีเคล 2 สายพันธุ์ที่เป็นที่นิยม เพราะปลูกง่าย หากินง่าย คือ..

1.เคลใบหยิก (Curly Kale) ลักษณะขอบใบหยิก ลำต้นแข็ง รสชาติคล้ายกะหล่ำ ออกขมนิดๆ นิยมนำมากินเป็นสลัด ทำสมูทตี้ ปั่นเป็นน้ำผัก

2.เคลใบตรง (Lacinato Dinosaur Kale) หรือบางทีเรียกว่า เคลไดโนเสาร์ ใบสีเขียวเข้มกว้าง 2-3 นิ้ว ใบมีลักษณะตรงแต่มีรอยย่น รสชาติออกหวานกว่าเคลใบหยิก นิยมนำมากินเป็นสลัด

คุณประโยชน์

ที่ได้ฉายาว่าราชินีก็เพราะเคลเป็นผักที่แคลอรี่ต่ำ ไฟเบอร์สูง ไม่มีไขมัน โดยมีค่าวิตามินเค 684% วิตามินเอ 206% และ วิตามินซี 134% ต่อที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน! แถมเคลยังขึ้นชื่อว่าเป็นผักใบเขียวที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดคอเลสเตอรอลมากที่สุด มีงานวิจัยว่าการดื่มน้ำผักเคลเป็นประจำทุกวันติดต่อกัน 12 สัปดาห์ ช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอล HDL ที่ดีขึ้นถึง 27% และลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย LDL ลงไป 10%

– วิตามินเคสูงที่สุดยิ่งกว่าทุกผักในโลก กินเคล 1 ถ้วย ร่างกายจะได้รับวิตามินเคถึง 6 เท่าของความต้องการต่อวัน กินแค่ต้นสองต้น (ประมาณ 10-20 กรัม) ก็ได้รับวิตามินเคเท่าความต้องการของร่างกายแล้ว ประโยชน์ของวิตามินเคคือดีต่อเซลล์สมอง กระดูก และระบบเลือด ช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยการแข็งตัวของเลือดหากมีบาดแผลจนสูญเสียเลือดมาก ช่วยให้เลือดหยุดได้ง่าย

– คลอโรฟิลล์สูง ช่วยให้ร่างกายลดการดูดซึมสารเฮทเทอโรไซคลิก อะโรมาติก เอมีน (heterocyclic aromatic amines) หรือสารก่อมะเร็งจากอาหารประเภทปิ้งย่างเข้าสู่ร่างกาย

– วิตามินซีสูง กินเคล 1 ถ้วย หรือ 36 กรัม ร่างกายจะได้รับวิตามินซีเกินปริมาณที่ควรได้รับต่อวันแล้ว เปรียบเทียบ เคล 1 ถ้วยกับส้ม 1 ถ้วย เคลให้วิตามินซีมากกว่าส้ม แล้วยังมีน้ำตาลน้อยกว่า 20 เท่า เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีน้ำตาลเลย วิตามินซีจะไปช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันหวัด ช่วยให้ระบบข้อต่อแข็งแรง

– เบต้าแคโรทีน โดยร่างกายเราจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอ จึงช่วยบำรุงสายตาให้มองเห็นในที่มืดได้ดี ลดความเสื่อมของตา ลดการเป็นต้อกระจก แถมช่วยให้ผิวพรรณสดใส สุขภาพดี ไม่มีริ้วรอย ไม่แก่ก่อนวัย

– สารต้านอนุมูลอิสระมาครบ ทั้งแคโรทีนอยด์ โพลีฟีนอล และฟลาโวนอยด์ มีส่วนช่วยปกป้องร่างกายจากมะเร็ง แถมยังมาพร้อมเบต้าแคโรทีนและวิตามินซี เลยยิ่งทวีความสามารถในการช่วยต่อต้านความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวเร่งความแก่ของเซลล์ และโรคมากมายรวมทั้งมะเร็ง

– ไฟเบอร์และซัลเฟอร์สูง จึงเป็นผักที่ช่วยล้างสารพิษโดยธรรมชาติ สารพิษที่สารอาหารจากเคลเข้าไปช่วยกำจัด ได้แก่ สารตกค้างจากอาหารแปรรูป มลภาวะ ยาฆ่าแมลง และสารพิษตกค้างจากยา ซึ่งถ้าสะสมมากในร่างกายก็จะเพิ่มโอกาสในการเกิดโรค

– ธาตุเหล็กสูง ช่วยการไหลเวียนโลหิต เทียบต่อแคลอรี่แล้ว เคลมีธาตุเหล็กสูงกว่าเนื้อแดงซะอีก เหล็กเป็นตัวสำคัญทำให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรง เพราะทำให้เลือดลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ช่วยให้เซลล์เติบโต และยังจำเป็นต่อการทำงานของตับ

– มีคาร์โบไฮเดรตที่มีค่า Glycemic Index (GI) ต่ำ ค่านี้คือตัววัดความเร็วหรือช้าของอาหารที่มีคาร์บในการเพิ่มน้ำตาลในเลือด เคลจัดอยู่ในกลุ่มที่มีค่า GI ต่ำ การกินเคลจึงช่วยลดน้ำหนักและดีเยี่ยมต่อสุขภาพ.

ที่มา https://www.pohchae.com/2021/12/18/kale

วิธีช่วยต้นไม้ให้รอดจากการถูกน้ำท่วมโคนต้น