โครงการจัดหารถเกี่ยวข้าวพลังงานไฟฟ้า (EV) เป็นนโยบายที่เสนอโดยภาครัฐ (ซึ่งมีกระแสข่าวเกี่ยวข้องกับนายสุริยะ) ที่มีแผนจะของบประมาณราว 8,000 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวพลังงานไฟฟ้าจำนวน 500 คัน ในราคาเฉลี่ยคันละ 16 ล้านบาท
รายละเอียดและประเด็นสำคัญของโครงการ
- เหตุผลและข้อชี้แจงจากภาครัฐ: ฝ่ายสนับสนุน (เช่น สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ระบุว่าแม้ราคาต่อคันจะดูสูงถึง 16 ล้านบาท แต่จะคุ้มค่าในระยะยาว ช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมัน และลดมลพิษ (รวมถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 จากภาคการเกษตร) โดยเปรียบเทียบกับการผลักดันรถเมล์ไฟฟ้าในอดีตที่ราคาสูงในช่วงแรกเช่นกัน
- เสียงคัดค้านจากเกษตรกรและชาวนา:
- ราคาแพงเกินจริง: รถเกี่ยวนวดข้าวทั่วไปในตลาดปัจจุบัน (เช่น ยันม่าร์ หรือแบรนด์ดีเซลทั่วไป) มีราคาหลักล้านบาทต้นๆ (ประมาณ 1.2 – 1.3 ล้านบาท) การตั้งงบซื้อคันละ 16 ล้านบาทจึงถูกมองว่าสูงเกินจริงหลายเท่าตัว
- ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง: ฤดูกาลเกี่ยวข้าวของไทยในแต่ละพื้นที่ใช้เวลาสั้นไม่ถึง 1 เดือน เกรงว่ารถ EV จะไม่เหมาะกับสภาพนาหล่ม นาที่มีน้ำขัง หรือข้าวล้ม และปัญหาเรื่องจุดชาร์จไฟหรือการซ่อมแซมกลางทุ่ง
- จำนวนไม่เพียงพอ: 500 คันไม่เพียงพอกับพื้นที่ทำนาทั่วประเทศ และชาวนาจะไม่ได้ประโยชน์อย่างทั่วถึง
- เสนอให้แก้ปัญหาตรงจุดกว่า: ชาวนาเสนอให้รัฐนำเงินงบประมาณดังกล่าวไปช่วยโดยตรง เช่น เพิ่มเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวจากไร่ละ 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท หรือช่วยค่าปุ๋ยและตรึงราคาน้ำมัน
- ราคาแพงเกินจริง: รถเกี่ยวนวดข้าวทั่วไปในตลาดปัจจุบัน (เช่น ยันม่าร์ หรือแบรนด์ดีเซลทั่วไป) มีราคาหลักล้านบาทต้นๆ (ประมาณ 1.2 – 1.3 ล้านบาท) การตั้งงบซื้อคันละ 16 ล้านบาทจึงถูกมองว่าสูงเกินจริงหลายเท่าตัว
